การปรับแต่งเครื่องบินเล็กตอนที่ 1
Control Neutrals, Control Throws, C.G, Wing Incidence
โดย คุณดุสิต

     การปรับ Trim เครื่องบินเล็กเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้เครื่องบินเล็กของเรามีคุณลักษณะการบินที่ดี แต่การทำการปรับ Trim ก็เป็นงานที่ค่อนข้างยากและ ค่อนข้างน่าเบื่อ การปรับTrim เครื่องบินอย่างถูกต้อง จะนำมาซึ่งคุณลักษณะ ในการบินที่ดี มีเครื่องบินเล็กเป็นจำนวนมากที่มีคุณลักษณะการบินที่ไม่ดีเพราะได้รับการปรับTrimมาไม่ดี ขอเวลา ปรับแต่งมันซักนิด ค่อยๆTrimไป แล้วคุณจะได้เครื่องบินที่บินได้ดีมาอยู่ในการควบคุมของคุณ
     เครื่องบินเล็กแต่ละแบบจะมีคุณลักษณะในการบินแตกต่างกันไปตามการออกแบบ เช่นเป็นเครื่องบินสำหรับฝึกสอน เครื่องบินผาดแผลง เครื่องบินScale เครื่องบิน Fun fly ฯลฯ เครื่องบินแต่ละชนิดก็มีข้อจำกัดในการบินที่ไม่เท่ากัน บางแบบอาจจะไม่สามารถทำท่าทางบินบางท่าได้ เช่นไม่สามารถRollได้ หรือไม่สามารถRoll 3รอบได้เป็นต้น ดังนั้นในการปรับแต่งเราต้องคำนึงถึงชนิดของเครื่องบินที่จะนำมาปรับแต่งว่ามีความสามารถในการบินได้ขนาดไหน จำเป็นต้องปรับแต่งด้านใดได้บ้าง ดังนั้นบางหัวข้อของบทความนี้อาจจะดูไม่จำเป็นสำหรับเครื่องบินบางแบบ
     เนื่องจากเป้าหมายของบทความนี้จะเน้นสำหรับเครื่องบินทั่วไปที่เราๆท่านๆใช้บินกัน หัวข้อไหนที่ดูซับซ้อนไป ก็ขอให้อ่านผ่านๆไปพอเป็นความรู้ไปแล้วกัน ขอให้นำเอาเฉพาะหัวข้อที่ต้องการไปทดลองใช้ดู
    การบินเพื่อทำการปรับแต่งจำเป็นต้องการนักบิน ที่มีความสามารถในการบินมากพอสมควรเพราะท่าทาง ในการบิน ในการปรับแต่งบางท่าต้องการนักบิน ที่มีความสามารถในการบินสูงพอสมควรและที่สำคัญ จำเป็นต้องมีผู้สังเกตการณ์ที่มี ประสพการณ์ในการบินมาคอยช่วยกันสังเกต อาการบินของเครื่องบิน ในขณะทำการทดสอบ เหตุผลหรือครับ ผมมี ความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งคือ นักบินมีหน้าที่บิน คนสังเกตการณ์มีหน้าที่สังเกตอาการบินของเครื่องบิน นักบินไม่ว่าจะเป็น ยอดมนุษย์ขนาดไหนก็ทำทั้งสองอย่างให้ได้ดีพร้อมกันไม่ได้ นักบินที่ดีจำเป็นต้องม ีNavigator ที่ดีไว้คอยสั่งหรือ คอยกำกับว่าตอนนี้ตอนนั้นจะต้องทำอะไร ต่อไปจะทำอะไร Navigator จะเห็นท้องฟ้าโดยรวม แต่นักบินจะเห็น ท้องฟ้าในกรอบแคบๆรอบๆตัวเครื่องบิน และที่สำคัญอีกอย่าง การปรับแต่งเพื่อให้ได้ผลถูกต้องทดสอบหลายครั้ง เพราะบางที่ผู้สังเกตการณ์ อาจจะมองไม่ทันหรือเห็นข้อแตกต่างไม่ชัด ดังนั้นในการบินเพื่อปรับแต่ง Trim ต้องการ ความพยายามและความอดทนของทุกๆคนมาก
      แน่นอนครับคุณต้องทำการบินเพื่อปรับแต่งในวันที่มีอากาศดีมากๆมีลมอ่อนๆท้องฟ้าแจ่มใส ส่วนเครื่องบิน ต้องอยู่ในสภาพที่ดี ถูกสร้างมาอย่างถูกต้องตามแบบ ไม่ว่าจะเป็นมุมเครื่องยนต์ มุมปีก มุมแพนหางระดับ CG.ระยะการเคลื่อนที่ของภาคบังคับต่างๆ ควรอย่างยิ่งต้องทำตามข้อกำหนดที่แจ้งไว้ในแบบการก่อสร้างหรือคู่มือ เรามาดูกันเป็นหัวข้อๆกันไปเลย

1.หัวข้อแรกที่เราจะพูดกันคือControl Neutrals          คิดว่านักบินที่มีประสบการณ์ในการบินพอสมควรคงจะทำกันได้ทุกคน การทำ Control Neutral คือการปรับ Trim ที่เครื่อง Transmitter เพื่อให้เครื่องบินสามารถบินรักษาระดับและบินเป็นแนวตรงได้ด้วยตัวของมันเอง [Hand-Off] แต่การปรับแต่งControl Neutral ไม่ได้จบที่การทำ Save Trim หรือ Memory Trim ที่ตัว Program ของ Transmitter ซึ่งเป็นสิ่งที่นักบินเครื่องบินเล็กส่วนใหญ่มักปฏิบัติกัน ซึ่งก็เป็นการกระทำที่ไม่ผิดแต่ที่ถูกต้องจริงๆ คือต้องปรับตัว Clevisesของภาคบังคับต่างๆเพื่อให้ Trimที่Transmitter กลับไปอยู่ที่ตรงกลางเหมือนเดิม ขอให้สังเกตการติดตั้งตัว Servo แขนของ Servo และตัวคันชักจากรูปข้างล่าง การติดตั้งที่ถูกต้องคือแขนของ Servo จะต้องตั้งฉากกับแนวแกนของตัวServo แขนของ Servo จะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปทั้งสองด้าน เป็นมุมเท่าๆกัน และที่สำคัญแขนของServo กับตัวคันชักภาคบังคับจะต้องตั้งฉากกัน
      ถ้าเห็นว่าแนวแกนของแขนของ Servo กับแนวแกนของคันชักไม่ตั้งฉากกัน เราจะใช้ Sub trim เพื่อแก้ไข ดังนั้น ไม่ควรเปลี่ยนTrimของภาคบังคับนี้อีก เพราะการเปลี่ยนTrimจะทำให้มุมของ Servo arm กับแนวแกนของคันชัก ไม่ตั้งฉากกัน
      ดังนั้นเราจึงมีวิธีเดียวที่จะทำให้TrimของTransmitterกลับไปอยู่ตรงกลางได้คือต้องปรับที่Clevisesเท่านั้น ครับการทำControl Neutrals ที่เราเห็นว่าทำกันง่ายๆชักจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด กว่าคุณจะปรับ Clevises ให้ Trim อยู่ตรงกลางได้ ผมว่าได้บินขึ้นบินลงเป็นสิบครั้ง
2.หัวข้อต่อมาก็เรื่องระยะการเคลื่อนที่ของภาคบังคับต่างๆ  [เครื่องบินจะต้องผ่านการทำการControl Neutrals มาแล้ว]
      เริ่มกันที่ Aileron กันก่อน นำเครื่องบินขึ้นบินโดยปรับระยะ การเคลื่อนที่ของ Aileron ตามที่กำหนดไว้ในแบบ หรือคู่มือบิน ให้สูงพอสมควรเผื่อเกิดผิดพลาด [แล้วสูงแค่ไหนละ...ฝรั่งเขาบอกไว้ว่าให้สูงพอ ที่จะทำผิดพลาด ได้สองครั้ง] ความเร็วของเครื่องบินต้องสูงพอสมควร ดึงหัวเครื่องบินให้เครื่องบินไต่ขึ้นเล็กน้อย ดันคันบังคับ Aileron ไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ ให้ดันให้สุด บังคับให้เครื่องบินทำRoll ให้ได้ 3 รอบ โดยที่ Low Rate จะใช้เวลาประมาณ 6 วินาที ที่ Hi Rate จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาที พอเครื่องเริ่ม Roll คุณก็เริ่มบ่นตามนี้เลย หนึ่งครึ่ง สองครึ่ง สามครึ่ง สี่ครึ่ง ห้าครึ่ง หกครึ่ง ตามเวลาที่คุณต้องการ แล้วก็จะมีคนถามว่าถ้าปรับตามนี้ Aileronจะไม่ทำงานไวเกินไปหรือ ครับถ้าปรับแล้วการตอบสนองด้าน Aileron เร็วเกินไป เราจำเป็นต้องใช้ Function EXP ของตัว Transmitter เข้าช่วย ค่อยๆทดสอบป้อนค่า EXP จนสามารถบังคับเครื่องบินได้นุ่นนวลขึ้น [ ค่าEXP สำหรับเครื่องบินทั่วๆไป ที่สามารถ บินผาดแผลงได้ จะอยู่ประมาณ 0 ถึง -15 ] จะเห็นได้ว่าหน้าที่ของปุ่ม Dual Rate ที่ตัว Transmitter มีหน้าที่ ปรับขนาดการเคลื่อนที่ของภาคบังคับ ไม่ได้มีไว้ลดความไวของภาคบังคับตามที่คนส่วนมากในบ้านเรามักทำกัน เช่นพี่ๆเครื่องบิน Aileron มันไวจัง ท่านพี่ก็จะบอกว่า ก็ปรับไปที่ Low Rate ซี่ จะเห็นได้ว่านี้เป็นการใช้ปุ่ม Dual Rate ไปในทางที่ผิด สิ่งที่ควรจะทำคือปรับค่าEXP เพื่อลดความไวของการบังคับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ High Rate หรือ Low Rate เครื่องบินควรมีการตอบสนองในการบังคับใกล้เคียงกัน

     Elevator ก็ทำการทดสอบคล้ายๆกับการทดสอบ Aileron โดยที่ Low Rate เครื่องบินต้องสามารถทำ Loop เป็นวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 45-50 เมตร [ก็ประมาณครึ่งสนามฟุตบอล] ที่Hi Rate ต้องสามารถทำ Square Corner ได้ เหมือนเดิมถ้าสังเกตว่าการตอบสนองด้าน Elevator เร็วเกินไปให้ใช้ EXP เข้าช่วย
    ส่วน Rudder ค่า Low Rate ต้องสามารถทำให้เครื่องบินสามารถบินท่า Knife edge ได้ ส่วนHi Rate [30-35 Deg.]เครื่องบินต้องสามารถทำท่า Stall Turn ได้
3. การตรวจสอบ CG [Center of Gravity]
วิธีที่1
      นำเครื่องบินทำการบินตามปกติ แล้วทำการเลี้ยวโดยใช้ Aileron พยายามเลี้ยวให้เครื่องบินเอียงปีกลึกมากที่สุด จนปีกเครื่องบินเกือบจะตั้งฉากกับพื้นดิน แล้วสังเกตอาการของเครื่องบินในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร
  • ถ้าหัวของเครื่องบินมีอาการตกลงขณะเครื่องบินทำการเลี้ยว แสดงว่าเครื่องบินหัวหนัก
  • ถ้าหางของเครื่องบินมีอาการตกลง แสดงว่าเครื่องบินหัวเบา
วิธีที่2
     ให้บินเครื่องบินในท่า Invert แล้วให้สังเกตอาการการบังคับทางด้าน Elevator ถ้าต้องดัน Down มากเพื่อให้ เครื่องบิน สามารถบินระดับ [Invert] ได้แสดงว่าเครื่องบินหัวหนัก ถ้าไม่ต้องดัน Down เลย เครื่องบินก็สามารถบิน ระดับ[Invert]ได้หรือเครื่องบินมีอาการบินไต่ขึ้นเล็กน้อยได้เองแสดงว่าเครื่องบินหัวเบา
     ทั้งสองวิธีเป็นวิธีมาตรฐานที่เขานิยมใช้ทดสอบแต่ก็ยังมีลักษณะอื่นๆให้สังเกตเพิ่มอีกหลายอย่าง เช่น
     ถ้าเครื่องบิน หัวหนักมากเกินไปเครื่องบินจะ Roll ได้ไม่ดี อาการRollของเครื่องบินจะดูคล้ายๆ Barrel Roll แทนที่จะเป็น Axial Roll ตามปกติ
     ถ้าเครื่องบินหัวเบามาก การบังคับเครื่องบินจะ Sensitive มาก เครื่องบินจะบังคับยาก หรืออาจจะบังคับไม่ได้เลย ไม่สามารถบังคับให้เครื่องบินบินระดับได้ โดยเฉพาะถ้ามีลมกระโชก เครื่องบินจะมีอาการแกว่งไปตามลม[Poor wind penetration] เครื่องบินจะบินเหมือนกับว่ามันไม่ค่อย Stable เครื่องบินมีอาการลอยขึ้น [Balloon] เมื่อบินทวนลม
4.มุม Incidence ของปีก
     ในเครื่องบินเล็กทั่วๆไป มุม Incidence ของปีกจะมีค่าเป็น+เล็กน้อย [เครื่องบินPattern จะมีค่าประมาณ +0.5 ถึง+1 องศา เครื่องบินทั่วๆไปก็ประมาณ+1 ถึง+3 องศา]
      วิธีการทดสอบให้บินสูงซักหน่อย และให้บินขวางลม เบาเครื่องยนต์มาที่ Idle บังคับเครื่องบินให้ทำVertical dive ให้เครื่องบินบินดำลงมาเป็นเส้นตรง ปล่อยคันบังคับให้เป็นอิสระ [โดยเฉพาะ Elevator ห้ามแตะต้อง] แล้วทำการสังเกตดูอาการของเครื่องบินขณะบินดำลงมา
  • ถ้าเครื่องบินยังบินดำลงมาเป็นเส้นตรง แสดงว่ามุมIncidenceของปีกมีค่าถูกต้องแล้ว
  • ถ้าเครื่องบินมีอาการเหมือนเราดึง UP [Pull out, nose up] แสดงว่ามุมIncidenceของปีกมีค่าเปิด มากเกินไป ให้ลดมุม Incidence ของปีกลงอีก
  • ถ้าเครื่องบินมีอาการเหมือนเราดัน DOWN [Tuck in, nose down] แสดงว่ามุมIncidenceของปีกมีค่าเปิดน้อยเกินไป ให้เพิ่มมุม Incidence ของปีกขึ้นอีก
     และยังมีลักษณะการบินอื่นๆที่สามารถสังเกตเห็นได้ในส่วนของเรื่อง Incidence เช่น
      ถ้ามุม Incidence เป็น + มากเกินไป ถ้าดึงเครื่องบินจากการบินดำ เพื่อให้เครื่องบินกลับมาอยู่ในแนวระดับ เครื่องบินจะมีอาการลอยขึ้นด้านบนหรือ ที่เรียกว่า Zoom upward หรือ เมื่อบินระดับด้วยความเร็วไม่สูงมาก แล้วดันคันเร่งให้เครื่องยนต์เร่งให้สุดทันทีทันใด ถ้าเครื่องบินมีอาการ Zoom upward ก็แสดงว่าเครื่องบินมีมุม Incidence ของปีกเป็น+ มากเกินไป หรือเมื่อบังคับเครื่องบินให้ทำการเลี้ยว เครื่องบินมีอาการ ไต่ขึ้นไปขณะเลี้ยว ก็แสดงว่ามุม Incidence ของปีกเป็น+มากเกินไป แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าผลการทดสอบเป็นไปในทางตรงกันข้าม ก็แสดงว่ามุม Incidence มีค่าเป็น - มากเกินไป
     เป็นอันว่าจบเรื่องการปรับแต่งเครื่องบินเล็ก ตอนที่ 1 จริงๆแล้วผมก็เขียนไปเรื่อยๆประมาณว่า ได้เกินครึ่งของ หัวข้อเรื่อง ที่คิดว่าจะเขียน พอกลับมาดูขนาดของ File ที่เขียนไปแล้วตกใจมาก ขนาดมันเกือบ 3M ถ้าเขียนจนจบ สงสัยจะถึง 5M เลยต้องหาทางตัดออกเป็นส่วนๆแบบนี้ละครับ ไปละครับ

 

 

การปรับแต่งเครื่องบินเล็กตอนที่ 2
Tip Weight, Elevator Alignment, Engine Thrust
โดย คุณดุสิต

5.Tip Weight วิธีที่ 1
      ปกติในการประกอบ-สร้างเครื่องบินเล็กเราจำเป็นต้องมีเช็ค Balance ของปีกว่ามีน้ำหนักเท่ากันทั้งสองข้างหรือ ไม่และเมื่อ เครื่องบินถูกประกอบเสร็จแล้วจำเป็นต้องเช็ค Static Balanceของเครื่องบินอีก เพราะน้ำหนัก ของเครื่องบิน ทางด้านซ้าย และขวา อาจจะ ไม่เท่ากันเพราะน้ำหนักของส่วนประกอบอื่นๆ เช่นเครื่องบิน ที่วางเครื่อง ตะแคง 90 องศา น้ำหนักของเครื่องยนต์ และท่อไอเสีย อาจจะทำให้เครื่องบิน หนักไปทางด้านปีกขวา ให้บินเครื่องบิน ในแนวระดับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าTrim ของ Aileron ถูกต้อง นั้นหมายความว่าปีกของเครื่องบินต้องอยู่ในแนวระดับ ต่อไปให้Rollเครื่องบินเพื่อให้เครื่องบินอยู่ในท่าInvert ในขณะที่เครื่องบินอยู่ในท่านี้ต้องไม่แตะต้องภาคบังคับ Aileron ให้สังเกตดูว่าปีกของ เครื่องบินว่ามีปีกข้างไหน มีอาการตก หรือเอียงลงมาหรือไม่
  • ถ้าไม่มีปีกข้างใดตกหรือเอียง แสดงว่าปีกเครื่องบินทั้งสองข้างมีน้ำหนักเท่ากัน
  • ถ้าปีกซ้ายตก แสดงว่าปีกซ้ายหนักกว่าปีกขวา ให้ถ่วงน้ำหนักที่ปลายปีกขวา
  • ถ้าปีกขวาตก แสดงว่าปีกขวาหนักกว่าปีกซ้าย ให้ถ่วงน้ำหนักที่ปลายปีกซ้าย
6.Tip Weight วิธีที่ 2
      ให้บินเครื่องบินหันหัวเข้าหาหรือหันหัวออกจากผู้ทำการบิน บินทวนลมและให้มีความสูงมากซักหน่อย ลดเครื่องยนต์มาที่ Ideal แล้ว ค่อยๆบังคับเครื่องบินให้ทำท่าVertical drive เมื่อเห็นว่าบินดำลงมาเป็นเส้นตรงดีแล้ว ให้ดึง UP บังคับให้เครื่องบิน ออกจากการบินดำกลับมาบินระดับใหม่อย่างทันที [ตอนออกควรบินออกแบบSquare corner] แล้วให้สังเกตดูว่า มีปีกข้างไหน มีอาการตกหรือเอียงลงมาหรือไม่
  • ถ้าไม่มีปีกข้างใดตกหรือเอียง แสดงว่าปีกเครื่องบินทั้งสองข้างมีน้ำหนักเท่ากัน
  • ถ้าปีกซ้ายตก แสดงว่าปีกซ้ายหนักกว่าปีกขวา ให้ถ่วงน้ำหนักที่ปลายปีกขวา
  • ถ้าปีกขวาตก แสดงว่าปีกขวาหนักกว่าปีกซ้าย ให้ถ่วงน้ำหนักที่ปลายปีกซ้าย
     ยังมีวิธีทดสอบเรื่องนี้อีกแบบ ให้ทำการบินท่า Inside Loop พยายามบินให้ค่อนข้างเร็วและวงของ Loop มีขนาดค่อนข้างเล็ก และให้บินเครื่องบินหันหัวออกจากผู้สังเกต ถ้าเครื่องบินมีทิศทางเปลี่ยนไป เนื่องจาก มีปีกข้างใดข้างหนึ่ง มีอาการตกลง แสดงว่าปีกข้างนั้นหนัก ถ้าเครื่องบินสามารถทำท่า Outside Loop ได้ให้บิน ทำท่าOutside Loop ด้วย ให้สังเกตว่าปีกเครื่องบิน ตกไปทางข้างเดียวกับเมื่อทำInside Loop
7. Elevator Alignment
    ในเครื่องบินเล็กทั่วๆไปที่ชุดพวงหาง แผ่นElevatorจะมีสองชิ้น ซ้ายและขวา ปกติเรามีวิธีทำให้แผ่น Elevator ทั้งสองแผ่นทำงาน ได้พร้อมกันได้สองแบบ วิธีแรกเราจะยึดแผ่น Elevator ทั้งสองแผ่นเข้าด้วยกัน ส่วนมากจะใช้ลวด PIANO เป็นตัวเชื่อมต่อ [ตัวอย่างเช่นเครื่องบิน Trainer ปีกบน หรือ Sporter] หรือบางแบบอาจจะ ใช้ไม้เนื้อแข็ง เป็นตัวเชื่อมต่อ
    ส่วนอีกวิธี แผ่น Elevator ทั้งสองแผ่นจะทำงานแยกเป็นอิสระจากกันโดยที่ปลายคันชักจะแยกเป็นสองด้าน ไปเชื่อมต่อ กับแผ่น Elevator แต่ละด้าน [ เครื่องบินPattern ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ ]

     จะเห็นได้ว่าโอกาสที่แผ่น Elevator ทั้งสองชิ้นจะมี Alignment ที่ไม่เท่ากันมีมาก ถ้าทำการสร้าง อย่างไม่ระมัด ระวัง อาจจะเพราะ การประกอบตัวเชื่อมต่อไม่ดี หรือติดตั้งระบบคันชักของ Elevator ไม่ดี ก็จะเป็นสาเหตุทำให้ Alignment หรือระยะ การเคลื่อนที่ ของ Elevator ผิดพลาดได้ วิธีการทดสอบ บินเครื่องบิน ให้หันหัวออกจาก ผู้บังคับ ดึง UP บังคับให้ เครื่องบินทำ Inside Loop และให้คอยสังเกตว่าเครื่องบินมีอาการRollหรือไม่
  • ถ้ามีเครื่องบิน Roll ไปทางด้านไหน เสร็จแล้วให้บังคับเครื่องบินในท่า Invert แล้วดัน Down บังคับให้เครื่องบินทำ Outside Loop แล้วให้คอยสังเกตว่าเครื่องบินมีอาการRollหรือไม่
  • ถ้าเครื่องบินไม่มีอาการ Roll ในขณะทำLoop แสดงว่า Elevator มี Alignment ดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับแต่งอะไรอีก
  • ถ้าเครื่องบินมีอาการ Roll ไปทางด้านเดียวตลอดเมื่อทำ Inside Loop หรือ Outside Loop แสดงว่าแผ่น Elevator ทั้งสองข้างมี Alignment ไม่เท่ากัน ให้ค่อยๆเล็งดูว่าชิ้นไหนสูง ชิ้นไหนต่ำ ถ้าใช้ไม้บรรทัด มาเป็นตัวช่วยในการเล็งระดับจะช่วยได้มาก จะปรับตัวที่สูงกว่าลงมาหรือจะปรับตัวที่ต่ำกว่าขึ้นไปก็ได้
  • ถ้าเครื่องบินมีอาการ Roll ไปคนละด้านกันเมื่อทำ Inside Loop และ Outside Loop แสดงว่าระยะ การเคลื่อนที่ของแผ่น Elevator ทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ก่อนอื่นให้ตรวจสอบ ระยะ Horn ว่ามีระยะเท่ากันหรือไม่ และให้ตรวจสอบการติดตั้งระบบคันชักของ Elevator ว่าติดตั้งถูกต้องหรือไม่ เพราะถ้า Alignment ของตัวคันชักไม่ถูกต้อง จะทำให้ส่วนปลายของคันชัก เคลื่อนที่เป็นระยะไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
     รูปข้างบนแสดงการติดตั้งระบบคันชักของ Elevator ให้สังเกตว่าเราจะต้องพยายาม ให้ตัวคันชักเคลื่อนที่ อยู่ในแนวเส้น Center lineของลำตัวเครื่องบิน เพื่อให้ส่วนปลายของคันชักที่ไปต่อกับ Elevator แต่ละด้านมีขนาด การเคลื่อนที่เท่ากัน ให้สังเกต ตำแหน่งของ Elevator Servo ที่จะทำให้ตัวคันชักอยู่ในแนว Center line ให้สังเกตว่าตัวคันชัก จะเป็นตัวกำหนด ตำแหน่ง ที่จะติดตั้ง Elevator Servo
8.มุม Dihedral ของปีก
     วิธีการทดสอบของหัวข้อนี้ ใช้สำหรับทดสอบมุม Dihedral ของปีก เครื่องบินที่ถูกออกแบบ และสร้างมาอย่างดี จะสามารถ เลี้ยวด้วย Rudder โดยใช้โดยที่เครื่องบินจะมีอาการปีกเอียงลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
    ในการออกแบบเครื่องบิน ถ้าเราต้องการให้เครื่องบินที่ออกแบบ มีคุณลักษณะสามารถคืนอาการ Roll กลับมาอยู่ ในแนวระดับได้เอง เราเรียกคุณลักษณะนี้ว่า Built-in stability About Roll Axis ตัวที่ทำให้เกิด Built-in stability มีสองตัวคือ Dihedral ของปีกและตำแหน่งของ CG ว่าอยู่ต่ำกว่าแนวแกนของปีกมากแค่ไหน
     ยกตัวอย่างเมื่อเราดัน Rudder ไปทางขวา เครื่องบินต้องหมุนรอบแกน Yaw Axis ไปทางขวาตามแรงที่เกิดที่ Rudder เป็นผลให้ ปีกทางซ้ายมีความเร็วและมุมปะทะของปีกมากกว่าปีกทางขวา ทำให้ปีกด้านซ้าย มีแรงยกมากกว่า ปีกด้านขวา เป็นผลให้เครื่องบินเอียงปีกมาทางด้านขวาแต่เมื่อ Rudder กลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ จะไม่มี แรง มากระทำที่ Rudder เพื่อทำให้เครื่องบินหมุนรอบแกนYaw Axis อีกต่อไปเครื่องบินจะหยุดการเลี้ยว แต่ปีกเครื่องบิน ยังอยู่ในสภาวะเอียงอยู่ ถ้าปีกของเครื่องบินมีมุม Dihedral มากพอ เมื่อถึงตอนนี้ แรงยกที่กระทำที่ปีกซ้าย จะมีขนาด ของแรงน้อยกว่า แรงยกที่กระทำ ที่ปีกขวา ด้วยขนาดของแรง ที่ไม่เท่ากันจะทำให้ปีกของเครื่องบิน คืนกลับมา ในแนวระดับ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นขนาด ของ แรงยกที่กระทำ ต่อปีกทั้งสองข้างจะกลับมาเท่ากันอีก
     วิธีการทดสอบ ให้บินเครื่องบินทวนลม ดัน Rudder ไปทางด้านไหนก็ได้ เพราะยังไงๆก็ต้องทำ การทดสอบ ทั้งสองด้าน และให้สังเกตอาการ Roll ของเครื่องบิน
  • ถ้าเครื่องบินเล็กมีมุม Dihedral ของปีกมากเกินไป เครื่องบินจะมีอาการบินดังนี้
    เครื่องบินมีอาการRoll ไปในทิศทางเดียวกับRudder [ Proverse Roll] ให้สังเกตว่าอาการRollที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเหมือน Barrel Roll มากกว่าAxial Roll
    หรือเมื่อเครื่องบินทำท่า Knife Edge เครื่องบินมีอาการพยายามจะ Roll ออกจาก Knife Edge
    หรือ เครื่องบินบินท่า Invert ได้ไม่ดี การบังคับยาก
     ในทางตรงกันข้ามถ้าเครื่องบินมีมุม Dihedral ของปีกน้อยเกินไป เครื่องบินอาจจะมีอาการบินดังนี้
  • เครื่องบินมีอาการ Roll ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของ Rudder
    หรือเครื่องบินทำท่า Knife Edge เครื่องบินมีอาการพยายามจะพลิกตัวมาหงายท้อง[Tuck under]
    หรือเครื่องบินทำท่า Inside loop เครื่องบินมีแนวบินที่ไม่ค่อยตรง[Poor Tracking]
    หรือเครื่องบินมีอาการบินที่ไม่ค่อย Stable เมื่อบินระดับ
    การปรับเพิ่มหรือลดค่าDihedralของปีกให้ค่อยๆปรับที่ละน้อย ครั้งละไม่เกิน 1/8"
9.Engine Thrust
Engine Right Thrust
     เครื่องบินเล็กจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องยนต์ให้มีมุมเอียงไปทางด้านขวา[เมื่อมองจากทางด้านหลังของเครื่องบิน] ที่เราต้องติดตั้งเครื่องยนต์ให้มีมุมเอียงไปทางขวาเพื่อชดเชยค่าแรงบิดที่เกิดจากการหมุนใบพัดของเครื่องยนต์ เจ้าแรงบิดนี้จะมีขนาดขึ้นอยู่กับ ขนาดของเครื่องยนต์ รอบของเครื่องยนต์ และขนาดของใบพัด ไม่มีเครื่องบิน ชนิดใดที่มีการปรับมุมเครื่องยนต์ไปทางซ้าย [Left Thrust] เครื่องยนต์จะหันไปทางซ้ายได้มากที่สุดคือแนว Center Line สำหรับเครื่องบินทั่วๆไป Right Thrust ประมาณ 3 องศาน่าจะเพียงพอ ส่วนเครื่องบิน Pattern บางทีอาจจะถึง 6 องศา
      วิธีการทดสอบไม่มีค่อยยาก เพียงดึงเครื่องบินให้ไต่ขึ้นไปในแนวตั้งเครื่องบินจะค่อยๆมีความเร็วลดลง คอยสังเกต อาการของเครื่องบินมีอาการเซไปทางไหน ให้พยายามปรับTrimของ Rudderจนเครื่องบินสามารถบินไต่ได้ตรง นำเครื่องบิน ลงมาวัดว่า Rudder ถูก Trimไปกี่องศาแล้วให้ปรับเครื่องยนต์เอียงไปเป็นมุมครึ่งหนึ่งของ มุม Rudder Trim ที่วัดได้ และให้บินทดสอบ แบบเดิมอีก ปรับจนกว่าเครื่องจะบินไต่เป็นแนวตรงได้เอง
  • ถ้าเครื่องบินเซไปทางซ้ายแสดงว่าจำเป็นต้องเพิ่มค่า Right Thrust ของเครื่องยนต์อีก
  • ถ้าเครื่องบินเซไปทางขวาแสดงว่าค่า Right Thrust มีค่ามากเกินไป ให้ลดค่า Right Thrust ลง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าค่าตรงกลาง ถ้าเครื่องยนต์มีแนวThrust อยู่ในแนวตรงกลางแล้วเครื่องบินยังเซไปทางขวา แสดงว่าเครื่องบินมีการสร้างที่ผิดพลาดอะไรบางอย่าง
    อีกวิธีให้บินเครื่องบินบินออกจากตัวผู้ทดสอบและให้บินทวนลม บังคับเครื่องบินให้ทำท่าLOOP ให้สังเกตตอนเครื่องบินกำลังจะถึงยอดLOOPว่าเครื่องบินมีอาการเซไปทางด้านไหนหรือไม่
  • ถ้าเครื่องบินเซไปทางซ้ายแสดงว่าจำเป็นต้องเพิ่มค่า Right Thrust ของเครื่องยนต์อีก
  • ถ้าเครื่องบินเซไปทางขวาแสดงว่าค่า Right Thrust มีค่ามากเกินไป ให้ลดค่า Right Thrust ลง


Engine UP/DOWN Thrust
       สิ่งที่เป็นตัวกำหนดค่า Engine Up/Down thrust คือตำแหน่งของปีก ชนิดของ Airfoil [Drag ที่เกิดจากปีกเครื่องบิน จะทำให้เครื่องบินเกิด Pitch Upward] และตำแหน่งของเครื่องยนต์
      เครื่องบินปีกบน[ Shoulder wing, High wing] เครื่องยนต์จะวางอยู่ในแนว Center line ของลำตัวเครื่องบิน ปีกจะวางอยู่เหนือแนว Center line เครื่องบินแบบนี้จะมี Engine Thrust เป็น - [ Engine Down Thrust] ยิ่งปีกวางอยู่เหนือแนว Center line มากเท่าไร มุมEngine Down Thrust ก็จะมากตามไปด้วย ส่วนเครื่องบิน ปีกล่าง[ Sproter ] เครื่องยนต์จะวางอยู่ในแนว Center line ปีกจะวางอยู่ต่ำกว่าแนว Center line เล็กน้อย เครื่องบินแบบนี้มักจะมีมุม Engine Down Thrust ค่อนข้างน้อย หรือไม่มีเลย ส่วนเครื่องบิน พวกที่มีปีก อยู่เหนือแนว Center line และมีเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่บนปีกอีกทีหนึ่ง[ เช่นพวกเครื่องบินน้ำ ] พวกนี้จะมีมุม Engine Thrust เป็น + [ Engine Up Thrust ][ จากการแลกเปลี่ยนความรู้กันใน WEB Board และผลจากการ ทดลองสร้าง และบินเครื่องบิน ลักษณะนี้ของสมาชิกคนหนึ่งที่ศรีราชาได้ข้อประมาณว่า เครื่องบินขนาด .46 จะมีมุม Up Thrustอยู่ที่ประมาณ +3 องศา ] เครื่องบินแบบนี้ถ้ามุมEngine Up Thrust มากไม่พอเครื่องบิน จะมีอาการเลี้ยวยาก แต่ถ้ามีมากเกินไป เมื่อเร่งเครื่องยนต์ เครื่องบินจะมีอาการ Zoom Up
      ส่วนพวกเครื่องบิน Pattern ซึ่งเครื่องยนต์จะวางอยู่ในแนว Center line ส่วนปีกก็มักจะวางอยู่ใกล้กับแนว Center line มากเช่นกัน เครื่องบินแบบนี้มักมีEngine Thrust เป็น 0 วิธีการทดสอบเรื่องนี้แบบง่ายๆ ก็ให้บินเครื่องบิน ในแนวระดับด้วยความเร็วปกติ และให้เบาเครื่องยนต์ลงทันที ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ทันทีที่เบาเครื่องยนต์เครื่องบิน จะยังสามารถบิน ในแนวระดับ ต่อไปได้ซักพักแล้ว เครื่องบินจะค่อยๆร่อนลงม าอย่างช้าๆ แต่ถ้าทันทีที่เบา เครื่องยนต์แล้ว เครื่องบินมีอาการเงยหัวขึ้นทันทีทันใด[Jump up] แสดงว่ามุม เครื่องยนต์เป็น Down Thrust มากเกินไป และถ้าเครื่องบินมีอาการ หัวตกทันทีที่เบาเครื่องยนต์ แสดงว่ามุมเครื่องยนต์เป็น Up Thrust มากเกินไป และยังมีข้อสังเกตอื่นๆอีกเล็กน้อย คือถ้าสังเกต ว่าเพื่อทำให้เครื่องบินสามารถบินระดับได้ Elevator มี UP-Trim มากเกินไปโดยไม่สมเหตุสมผล ให้คาดคะเนไว้ก่อนว่าเครื่องบินอาจจะมีมุมDown Thrust มากเกินไป หรือElevator มี Down-Trim มากเกินไปก็ให้คาดว่ามุมDown Thrust น้อยเกินไป หรือ มีมุมUp Thrust มากไป
      ส่วนอีกวิธี ให้บินเครื่องบินขวางลมและให้บินหันหัวออกจากตัวผู้สังเกตการณ์ บังคับเครื่องบินให้ไต่เป็น แนวตรงขึ้นไป ปล่อยการบังคับ Elevator ให้เป็นอิสระ แล้วให้สังเกตว่าในขณะที่เครื่องบิน กำลังไต่อยู่เครื่องบิน มีอาการเซไปทางด้านไหน